‘ตูมตาม’ เผย! ดวงตก แม่กังวลกลัวโดนของ

91

ด้านหนุ่มหล่อเสียงเพราะคนนี้ ตูมตาม-ยุทธนา หลังห่างหายจากวงการร้องเพลงไปพักใหญ่ ก็ทุ่มชีวิตให้กับงานด้านการแสดง จนกระทั่งมีบางช่วงที่ทำงาน 7 วันแล้วรู้สึกดาวน์ คิดมาก เครียด ถึงขนาดบ่นว่านี่อาจเป็นช่วงขีวิตที่ดวงตกก็ได้ งานนี้ก็ทำเอาคุณแม่ของเจ้าตัวเกิดอาการวิตกกังวลกลัวว่าลูกชายจะโดนของ แต่จะโดนของหรือเปล่าไม่รู้ ที่รู้ๆคือหุ่นหนุ่มตูมตามโดนใจแอดม้าก เห็นจากซีรีส์คลับฟรายเดย์ รักไม่ได้ออกอากาศ ตอน หลง…รัก ที่กำลังออนแอร์อยู่นั้น ก็เล่นถอดเสื้อ เต้นยั่วอยู่ในบาร์ขนาดนั้น ไม่ให้แอดใจสั่นก็บ้าแล้วจ้า

“ก็ยินดีต้อนรับสู่บาร์เรา (หัวเราะ) ดุเดือดใช่ไหม มันเล่ามาจากชีวิตจริง เรื่องราวของคลับฟรายเดย์คือเรื่องราวของตัวละครมีชีวิต ตัวละครมีอยู่จริงในสังคมไทยเรา เราเป็นนักแสดงมีหน้าที่ถ่ายทอดให้เข้าถึงอารมณ์เขามากที่สุด”

บทบาทดูรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
“โตขึ้นมั้ง ด้วยหลายๆ ภาพลักษณ์ ผมคงเปลี่ยนไปมากแล้ว เท่าที่หลายๆ เรื่องผ่านมาในชีวิต แต่ผมยังเป็นตูมตามที่น่ารักของพี่ๆ นะ”

ชีวิตมันดาร์กขึ้นเหรอ
“ไม่ดสรุกผมแค่รู้สึกว่าต่อไปนี้เราต้องนำเสติเรื่องจริงมากขึ้น คือเราก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ผู้กำกับ ผู้จัด เห็นอะไรในตัวเรา เขาถึงให้เรารับบทเซ็กส์ แอพพีล”

เราติดไหมกับบทแบบนี้ เพราะมันต้องเปลืองตัวมากขึ้น
“ครูสอนมาว่าการแสดงเราต้องทำหน้าที่ และเราไม่เคยเอามาปนกันระหว่างหน้าที่และการแสดง ส่วนเรื่องเปลืองตัว ผมว่ามันคุ้มค่า ถ้ามันให้อะไรกับคนดู”

กลัวเป็นภาพจำไหม
“ภาพจริงผมก็ถอดเสื้ออยู่แล้ว มันก็สนุกดีที่คาแรกเตอร์ตัวละครมันจริงมากๆ ในเชิงของนักแสดง เราดีใจทุกครั้งที่บทบาทของเรามันเข้าใจได้อย่างแท้จริงมันไม่ได้เป็นเรื่องเหนือจินตนาการที่ใครคนหนึ่งจะเข้าใจได้ ผมว่ามันโชคดีมากๆ ที่เรามีโอกาสถ่ายทอดอีกมุมหนึ่ง อีกทัศนคติหนึ่งในการใช้ชีวิตของตัวละครให้คนได้ดู ซึ่งผมเชื่อว่าละครก็เป็นเหมือนหนังสือเล่มหนึ่งซึ่งใครได้อ่านอย่างจริงจังแล้ว นึกย้อนดูตัวเอง เราควรจะทำแบบไหนในการใช้ชีวิต ”

ลิมิตในการแสดงเราได้แค่ไหน
“มันมีหลายเลเวล ไม่ว่าจะเป็นภาพในหน้าจอ มันก็ถูกคัดกรองออกมาในระดับที่สังคมรับได้อยู่แล้ว แต่ในเชิงของนักสดงนั้น มันจะตีความได้มากน้อยแค่ไหนมันอยู่ที่ตัวนักแสดง ว่าเราจะแสดงมากน้อยเท่าไหร่เพื่สิ่งที่แสดงออกมาให้มันเข้าใจได้มากที่สุด ”

ถามเรื่องตีท้ายครัวที่คุณแม่เล่าว่าเราโดนของ
“อย่าไปใส่ใจเลย มันไม่มีอะไรหรอก จริงๆมันเป็นความเชื่อ คือเราแค่วิเคราะห์ว่าอาจเป็นช่วงดวงตก หรือช่วงของจิตมันตก มันก็อาจส่งผลหลายสิ่งหลายอย่าง คืออยากให้เชื่อเป็นวิทยาศาสตร์ไว้ก่อนดีกว่า เราจะได้หาคำตอบและแก้ไขได้ง่าย ตอนนั้นผมแค่รู้สึกเหนื่อยๆ อารมณ์ก็จะดาวน์ๆ นิดๆ หน่อยๆ แต่ว่ามันไม่ได้หนักมาก ไม่ค่อยรู้ตัวขนาดนั้น แต่ตอนนั้นผมทำงาน 7 วัน มันก็เป็นเหตุเป็นผล แต่ไม่ได้หนักมาก ไม่ได้รู้ตัวว่ามันจะดาวน์ขนาดนั้น คือใจเราปกติ แต่ร่างกายเราเหนื่อยๆ คือผมรู้สึกเอง เพราะเรารู้ลิมิตว่าลิมิตในการทำงานของเรา มันงัดตัวเองไม่ขึ้นทั้งๆ ที่เราก็นอนเพียงพอ ก็มีอาการประมาณเดือนหนึ่ง ซึ่งมันก็ไม่ได้หนักมาก ถ้ามองไป ผมว่าไม่ว่าอะไรที่เกิดขึ้น มันเป็นความบังเอิญมากกว่าที่มันอาจจะมีลมพัดลมเพมา หรือใครก็ตามที่สร้างให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น เขาคงรัก ถ้าเรามองในมุมนี้เราก็รู้สึกดี แต่ขอร้องไม่ต้องไปหานะว่าเป็นใคร ”

แม่บอกว่ารู้แล้วว่าเป็นใคร
“ก็แล้วแต่ เอาเป็นว่าเจตนาของความรักมีหลายรูปแบบ มันคือความไม่รู้ ผมเชื่อว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ”

คือหลวงพ่อเป็นคนบอกใช่ไหม
“หลวงพ่อเป็นคนบอก และก็ครูบาอาจารย์ทักมา จริงๆเราก็แค่ทำบุญให้มากขึ้น และสิ่งสำคัญคือไม่ว่าเขาจะทำแอะไรกับเราแย่ขนาดไหนเราต้องอภัยให้เขา เราต้องมองในแง่ดีว่าเหตุผลคืออะไร ถามว่ามีของขลังติดตัวไหม ก็มีนะ ผมก็ใส่สร้อยพระ ตอนนี้ก็ดีขึ้น”

เราเขื่อใช่ไหมว่าอาจจะโดนของ
“คืผมเชื่ออยู่แล้วเพียงแต่ว่า เราจะเชื่อผสมๆ กัน เรื่องความเป็นจริง สิ่งที่พิสูจน์ได้ และอะไรหลายอย่างถ้ามันมีเหตุมีผลจริงๆ ผมก็ค่อยยอมรับ”

เราต้องระวังตัวมากขนาดไหน
“มันควรระวังมาตั้งนานแล้ว ผมเชื่อว่าหลายคนคงถือ คงระวังกันอยู่แล้ว ว่าเราอยู่ใรจุดที่มีคนรัก มีคนชื่นชอบค่อนข้างมาก เวลาเราไปไหนมาไหน มันอาจจะเกิดเหตุดารณ์อะไรก็ได้ เราไม่รู้ไม่เห็นอยู่แล้ว ระวังไว้ดีกว่า ระวังไว้ เตรียมการไว้ คือผมแค่รู้สึกว่าเราป้องกันตัวเองดีกว่า แต่เราไม่ได้ว่าคนอื่น และไม่ต้องไปหาหรอกว่าเป็นใคร มันเป็นเวรเป็นกรรมของเขา”

ทำไมถึงเชื่อเรื่งเวรกรรม
“สิ่งที่เกิดขึ้นมันก็ต้องเป็นกรรมอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเราอย่าไปต่อเลย เราก็อโหสิกรรมให้กันไป แล้วก็ใช้ชีวิตกันต่อ ในทุกเรื่อง”