เปิดใจ ‘ตรี ภรภัทร’ กว่าจะมีวันนี้ ที่นี่ที่แรก!

11161

อีกหนึ่งดาวรุ่งพุ่งแรงจากช่อง ONE31 ที่กำลังเป็นขวัญใจสาวๆในตอนนี้ ตรี-ภรภัทร ศรีขจรเดชา กว่าจะมาถึงทุกวันนี้ที่มีผลงานละครที่กำลังเข้าสู่เรื่องที่ 4 ภายใน 3 ปี เจ้าตัวเผยกับ magnetnews ว่าชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แถมยังเล่าต่อถึงไลฟ์สไตล์เท่ๆ แมนๆให้ได้กลิ่นของความอบอุ่นของหนุ่มคนนี้กันเบาๆ รับรองเลยว่าถ้าใครได้อ่านบทสัมภาษณ์นี่้ จะต้องหลงรักหนุ่มหน้าหล่อคมเข้มคนนี้เข้าอย่างจัง

แนะนำตัวหน่อย

สวัสดีครับ ตรี ภรภัทร ศรีขจรเดชา แปลว่าสาม เป็นลูกคนที่ 3 ครับ

มีพี่น้อง 3 คน

ใช่ครับ แต่ไม่ได้ชื่อเอก กับโทนะครับ (หัวเราะ)

แล้วทำไมไม่อยู่ช่อง 3

ผมชอบช่อง ONE31 ครับ

คนโตชื่ออะไร

ชื่อตั้มครับ

คนที่สองละ

ชื่อโต๊ดครับ

ใครหล่อสุด

ก็ต้องผมซิครับ (ยิ้ม)

หลายคนบอกว่าเราหล่อขึ้น

ไม่ครับ เมื่อก่อนหล่อกว่า ตอนนี้ขี้เหร่

ดูแลตัวเองยังไง

ก็พักผ่อนให้เพียงพอ นอนให้เพียงพอ ทาครีม ทรีทเม้นท์ ออกกำลังกาย

ทาแล้วเหรอ

ทาแล้วครับ ได้แค่นี้แหละครับ

เป็นผู้ชายดูแลตัวเอง สำอางไหม

เอ่อ ไม่ค่อยครับ แต่ว่าคุณแม่บังคับให้ดูแล นอนไวๆ ออกกำลังกาย

เพราะเราคือผู้ชายแมนๆคนหนึ่ง

ครีมที่ตัวนี่ไม่เคยทาเลยครับ ขี้เกียจ เราไม่ค่อยชอบอะไรที่มันเหนอะหนะ แต่ถ้าแม่บังคับก็ต้องทา

หรือเรามองว่าถ้าดูแลตัวเองจะเป็นเพศที่สาม

ไม่ครับ ไม่เกี่ยว ไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น แค่ไม่ชอบเพราะมันเหนอะหนะ บางทีเราก็คิดว่ามันไม่เห็นผล ต้องมาคอยดูว่าขาวหรือยัง ไรงี้

ในเวลา3ปีหนุ่มคนนี้ก็ฝากผลงานไว้ให้แฟนๆได้ชื่นชมถึง 3 เรื่อง และเร็วๆนี้จะมีเรื่องที่ 4 นั่นคือ ภาตุฆาต มาให้ได้ติดตามกันอย่างต่อเนื่อง หนุ่มตรีบอกว่าช่วงแรกๆที่เริ่มเล่นละครตื่นเต้นไปหมด ไปดูกันว่ากว่าเขาจะผ่านมาได้แต่ละเรื่อง ใช้ไปกี่เทค แต่บอกเลยว่าจุกๆ

ร่วมงานกับช่องวันมากี่เรื่องแล้ว

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 4 ในเวลา 3 ปี เล่นเรื่อง เธอคือพรหมลิขิต สายรักสายสวาท สงครามนักปั้นครับ

เป็นยังไงบ้างกับ 3 ปี 4 เรื่อง

ดีใจครับ ที่มาถึงทุกวันนี้ได้

คิดว่าโอกาสพุ่งชนเราเร็วไหม

เร็วครับ ตอนแรกเร็วมากกับการที่ได้เล่นละครเรื่องแรก ตื่นเต้นมาก เล่นยังไม่เป็นด้วย ทุกอย่างยากมาก ไม่ชินกับคนเยอะ ไม่ชอบอยู่กับคนเยอะๆด้วยตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ผมเป็นคนขี้อายนะตอนแรก

นี่อายเหรอ

ตอนนี้ไม่อายแล้วไง นั่นมันเมื่อก่อน โธ่ พี่ไม่ฟังผมเลยอ่ะ

วงการนี้ทำให้เรากล้ามากขึ้นไหม

ใช่ครับ ก็ต้องกล้าครับ เพราะต้องทำงานกับคนหลายๆคน

ทำไมถึงตัดสินใจเข้ามาทำงานในวงการ เพราะมันดูขัดกับความชอบของเรา

เพราะเป็นความฝันของคุณแม่

แล้วความฝันของตัวเองละ

ตอนนั้นยังไม่คิดอะไรเลย เป็นเด็กคนหนึ่งที่ไม่ดีไม่แย่ ไม่ได้คิดอะไร อยู่ไปวันๆ ก็มีพี่ที่ช่องวันโทรไปบอกว่าเห็นรูปจากร้านตัดผม และก็เรียกไปที่แกรมมี่ เข้าไปเซ็นสัญญา พอได้โอกาสก็ลองดูสักตั้งหนึ่ง ก็ไปเรียนนู้นเรียนนี้ ทำเท่าที่จะทำได้ พอวันหนึ่งละครเข้ามาก็ตื่นเต้นมาก เพราะว่าผมเล่นละครไม่เป็น มันคืออะไรก็ไม่รู้  แต่ก็มีเรียนมาบ้าง พอเขาให้โอกาสก็โอเคพร้อมจะลงสนาม ไปวันแรก มือสั่นปากสั่นไปหมด

เข้าฉากกับใคร

แม่ตุ๊ก-ดวงตา ครับ รุ่นใหญ่ มือสั่นยิกๆเลย

นอนหลับไหม คืนก่อนที่จะไป

ตอนแรกก็ไม่หลับนะ แต่ก็ไม่ได้ตื่นเต้นขนาดนั้น ก็อ่านบทมา อ่านๆๆ พอไปถึงลืม หายหมด สั่นอย่างเดียว

ครั้งแรกใช้ไปกี่เทค

ครั้งแรกใช้ไป 6-8 เทค

หายสั่นได้ยังไง

ยังไม่หายสั่นครับ เรื่องแรกรู้สึกสั่นตลอดเวลา รู้สึกเกร็ง เกร็งคอเพราะว่าจำแต่บท ก็ยังไม่ได้ดีเท่าไร แต่ก็ระดับหนึ่ง มีผู้กำกับช่วย คอยตักเตือนว่าควรเป็นยังไง คอยอบรม ช่วยสอน เราก็ได้จากเขามาเยอะ ความเครียดก็ผ่อนคลายลง แต่ก็ยังมีอยู่บ้าง เรื่องนั้นมีเยอะสุดคือถ่ายไปประมาณ 30 เทค ครับ แค่หันหน้าอย่างเดียวเลย

เคยท้อแท้ไหม

ไม่ท้อครับ ต้องสู้อย่างเดียว เรียนแอคติ้งก็บอกเขาว่าเจออะไรมา อยู่ดีๆตัวเองก็ค่อยปรับร่างกายไปเรื่อยๆมันก็ดีขึ้น แต่พอมาเรื่องที่สองเราได้เจอกับพี่ปุ๊ย(ผอูน จันทรศิริ) เป็นผู้กำกับ คนละสไตล์กับเรื่องแรก อันนี้โดนด่าแบบ โอ้โห ท้อเลยนะ ร้องไห้เลย คนเดียว เพราะว่าเราเล่นๆไปแล้วคาแรคเตอร์หายไปเลย โดนด่าว่าแผ่ว โดนสารพัด หลงไปช่วงหนึ่งเลยครับ แบบว่าท้อกับตัวเองเลยว่าทำไมมันเกิดอะไรขึ้น พยายามทำแล้ว แต่ก็ทำไม่ได้

คิดอยากจะออกจากวงการไหม

แค่รู้สึกไม่อยากเล่นละครแล้ว อยากพอแล้ว แต่พอวันหนึ่งพี่เขาทั้งว่าทั้งสอนไปด้วย เราก็คิดใหม่กับสิ่งที่เราทำ เราทำอะไรผิดไป ทำไมเราถึงเล่นไม่ได้ มันเกิดอะไรขึ้น เราก็ไปหาคำตอบของตัวเองมา พอเราได้คำตอบมาแล้วเราก็แก้ไขกับสิ่งที่ตัวเองผิดพลาด ปรับปรุง และผลักดันตัวเองให้ดีกว่าเดิมในตอนแรก

คำตอบนั้นคือ

ผมคิดเยอะเกินไปในสิ่งที่ผมทำ พะวงเกินไป ห่วงเยอะเกินไป ไม่ผ่อนคลาย พอได้จุดๆนั้นเราก็ปลดล็อกตัวเองไปอีกขั้นหนึ่ง บวกกับเจอพี่ปุ๊ยที่เขาคอยสอนเราทุกครั้งที่เราถ่ายละคร ทุกครั้งที่เราอยู่หน้าจอ ว่าอันไหนไม่ดี เราก็เอาคำนั้นมาเป็นแรงผลักดันเป็นบทเรียนให้เราทำให้ดีขึ้น

 

เรียกได้ว่าผู้ชายคนนี้ มีความพัฒนาการมาเรื่อยๆ ตั้งแต่เรื่องแรกจนถึงตอนนี้ เห็นได้เลยว่าความสามารถด้านการแสดงเก่งขึ้นจนต้องปรบมือให้เขาเลย แต่ถ้าเป็นงานอื่นหนุ่มตรีจะสู้ขนาดไหน ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ในทุกๆด้านเลยนะ

วันนี้เรื่องที่ 4 แล้ว พอใจแล้วหรื่อยัง มาไกลกว่าเรื่องแรกไหม

มาไกลกว่ามากครับ เพราะว่าหลังจากเรื่องที่สองเราก็ไปเจอครูหลายคน การสอนก็มีหลายแบบ พอเราเจอพี่ปุ๊ยเสร็จก็กลับไปเจอพี่มี่(ธนวัจน์ ปัญญารินทร์)คนที่กำกับหัวใจศิลา ก็เจออีกแบบหนึ่ง มันก็ทำให้เราดีขึ้น เพระครูแต่ละคนไม่เหมือนกัน สไตล์การกำกับก็ไม่เหมือนกัน ทำให้เราได้เรียนรู้กับสิ่งตรงนั้น ทำให้เราพัฒนาไปได้มากกว่าเดิม โดยที่เราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเราพัฒนาอะไรในตอนแรก พอไปๆมาๆก็รู้ละว่าครูมีคนละแบบ สิ่งที่เราขาดหายไปก็ได้เติมเต็มไปคนละแบบ เราต้องช่วยตัวเองไม่ใช่ให้คนอื่นมาคอยสอนเรา พอวันไหนครูมาไม่ได้เราก็ต้องดูแลตัวเองให้ได้ ซึ่งมันก็สอนผมเยอะ พอเรื่องที่ 4 ก็กลับมาเจอพี่ปุ๊ยอีก ครั้งนี้เขาก็ไม่ได้สอนอะไรผมมากเหมือนเรื่องที่สอง แค่บอกว่าอยากได้แบบนี้ ทำให้หน่อยได้ไหม ผมก็บอกว่า เดี่ยวลองเล่นหลายๆแบบให้ เพราะผมไม่ได้ฟิกซ์ว่าวันนี้ต้องเล่นแบบนี้ เพราะเราไม่รู้เลยว่าคนที่เล่นกับเราเขาคิดอะไร เราอาจจะตีความได้ว่าเขาจะเล่นแบบนี้ แต่พอเข้าฉากจริงๆถ้าเขาไม่เล่นแบบนั้นละ เราก็เล่นในแบบที่เราตีความไปไม่ได้ ซึ่งผมก็เลยตีความมาแค่นี้ แล้วไปลุ้นกันว่าเราจะเล่นแบบไหนกัน

มาถึงจุดนี้แล้ว คุณแม่มีความภูมิใจมาก-น้อยแค่ไหน

ก็ภูมิใจครับ แต่ก็มีบ่นบ้างว่าละครทำไมต้องเป็นแบบนี้ แบบตามละครไทยอะครับ แม่อินครับ แม่ก็ติดตามผลงานตลอดครับ เป็นกำลังใจ คอยสอนว่าอย่าท้อนะ เพราะบางทีเราก็มีอาการท้อ แม่ก็จะบอกว่าอย่าท้อ ชีวิตคนเรามันต้องสู้ต่อไป

หลังจากนี้คาดหวังกับวงการไว้อย่างไร

ผมไม่เคยคาดหวังกับอะไรเลยในชีวิต ผมเคยคาดหวังแล้วเราไม่ได้ดั่งใจหวังเราจะเสียใจ และไม่อยากทำอะไรกับมันอีก ผมเคยผิดหวังแล้วก็ไม่เคยหวังอีก

ไม่คาดหวัง แต่มีเป้าหมายไหม

ก็มีเป้ามหายครับ อยากประสบความสำเร็จในด้านนี้ คือเรามาครึ่งทางละ อีกครึ่งทางคือการอยู่ให้ยาว เพราะตอนนี้ผมว่าผมมาในระดับที่โอเค ใครสอนผมก็จำ ผมจะทำตัวเป็นน้ำไม่เต็มแก้ว ให้เขาเติมมาเรื่อยๆ

เรายังมีจุดด้อยตรงไหน

ไม่รู้ครับ อันนี้ตอบไม่ได้ เพราะว่ามันอยู่ที่คาแรคเตอร์ การเล่นแต่ละครเราไม่สามารถเล่นให้ถูกใจทุกคนได้ ผมอาจจะชอบแต่ผู้กำกับอาจจะไม่ชอบก็ได้ มันก็อยู่ที่ว่าคนชอบแบบไหน เพราะผมไม่ได้เล่นแบบเดียว ไม่ได้แค่เทคเดียว เราก็จะขออีกทีได้ไหม แต่ถ้าเขาบอกว่าพอแล้วผมก็โอเค

ดูเป็นคนจริงจังในชีวิตเหมือนกันนะ

ก็ต้องจริงจังอะครับ เพราะตอนเด็กๆก็เล่นไปเยอะแล้วครับ พอโตขึ้นเราก็รู้ว่าเส้นทางเราไม่ได้สวยกันขนาดนั้น

หรือเราคิดว่ามีคู่แข่ง

ไม่คิดว่าใครเป็นคู่แข่งเลยครับ เหมือนพี่น้องกันแหละครับ ใครทำงานดีกว่า ใครตั้งใจมากกว่า ทุกคนตั้งใจทำเหมือนกันทั้งหมด ขึ้นอยู่กับใครได้โอกาสแล้วทำได้มันได้อย่างตั้งใจไหม รักมันและทำให้ผู้ใหญ่เขาเห็นความตั้งใจจริงๆ

กลัวโดนเบียดไหม

ไม่กลัวครับ เราจะกลัวทำไม ในเมื่อโลกเรามันก็เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว

เราชินกับวงการนี้ไหม

เรื่องการแสดงก็เริ่มชินบางแล้ว ในบางเรื่องที่เราไม่เคยเจอเราก็พูดไม่ได้

ชินกับสื่อยัง

ยังไม่ค่อยชินเท่าไร เวลาไปออกรายการก็ยังไม่ชิน เหมือนเล่นละคร อาจจะมีเขินๆบ้าง จะมีเกร็งบ้าง ไม่รู้ว่ามันจะเล่นได้เท่าไหน

จริงๆแล้วเป็นคนแบบไหน

จริงๆผมเป็นคนสบายๆนะครับ ก็ไม่ได้ตลกเฮฮา แต่ถ้าสนิทก็จะตลก ถ้าไม่สนิทก็วางตัวนิ่งๆ ไม่รู้ว่าเล่นได้แค่ไหน พอประมาณ

อัปเดตเรื่องงานกันจุใจพอแล้ว เรามาพูดถึงคำถามที่สาวๆทั้งประเทศเฝ้าคอยกันหน่อย นั่นคือเรื่องของหัวใจของหนุ่มกล้ามแน่นคนนี้ แต่แอดบอกไว้ก่อนนะว่าให้ทำใจก่อนอ่าน เพราะแอดเองก็ถึงกับปากอ้าตาค้างเมื่อได้ยินคำตอบของเจ้าตัว

มีแฟนยัง

ตอนนี้เหรอครับ ก็มีคนคุยอยู่แล้ว เรียกว่าแฟนก็ได้

เวลาไปเจอใครนี่แนะนำเลยไหม

ไม่ต้องแนะนำเพราะไม่มีใครถามผมอะ

ตรงสเป็คไหม

ผมไม่มีสเป็คตายตัว แค่คุยกันเข้าใจ

คบกันมานานหรือยัง

รู้จักกันมาตั้งแต่มัธยม ตั้งแต่เด็กๆ ตั้งแต่ผมอยู่ ม.4 เขาอยู่ ม.2 มั้ง แต่ตอนนั้นก็ยังเป็นเพื่อนกัน

กลัวร่วงไหม ถ้าคนรู้มีแฟน

ผมว่าทุกคนต้องมีแฟนหมดแหละ อยู่ที่พูดหรือไม่พูดแค่นั้นแหละ เราต้องการความรักนะครับ นอกจากคุณแม่เราก็ต้องการคนที่ไว้วางใจในสิ่งที่เราอยากจะเล่าให้ฟัง

ทำไมถึงคบได้นาน

เพราะคุยแล้วเข้าใจ

เล่าถึงความสนิทกับคุณแม่หน่อย

สนิทครับ เพราะคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน แม่ก็คือทุกอย่าง แม่เป็นทุกอย่าง อาจจะมีเถียงบ้าง แต่พอเถียงเขา เขาก็ร้องไห้เราก็ร้องไห้เลย ยังไงเราก็สู้เขาไม่ได้เพราะเขาเป็นแม่ เราอาจจะมีอารมณ์ฉุนเฉียวบ้าง แต่สุดท้ายเราก็ทำผิด แล้วก็ไปขอโทษเขา เพราะโลกของผมคือแม่

คิดยังไงกับอนาคต วางแผนไว้อย่างไร

ก็คงกลับไปทำอะไรกับที่บ้าน ไม่ต้องแพลน ทำทุกวันให้ดีที่สุดก็พอแล้ว ถ้ามันไม่ดีก็คงได้สนุกกับชีวิตต่อ ได้ท้าทายไปเรื่อยๆ ก็ต้องสู้ผ่านไปให้ได้

เอาเถอะๆ ถึงแม้ว่าจะไม่โสดแต่ Magnetnews ก็ไม่โกรธ เพราะหนุ่มตรีทั้งน่ารัก ทั้งเก่ง แถมยังยียวนกวนใจขนาดนี้ จะยังไงแอดก็รักล้นใจเหมือนเดิม แฟนๆก็คงคิดไม่ต่างกันใช่ไหม รอติดตามผลงานและการพัฒนาความสามารถในทุกๆด้านอยู่นะ ตรี